ฉีดโบท็อก (Botox) ปรับรูปหน้าเรียว ลดริ้วรอยแห่งวัย หน้าดูเด็กลงแบบเป็นธรรมชาติ กับ W Plastic Surgery Hospital
โปรแกรมฉีดโบท็อก (Botox) คือการใช้สารBotulinum Toxin Type A ซึ่งเป็นโปรตีนบริสุทธิ์ที่มีคุณสมบัติในการช่วยคลายการทำงานของกล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีดเป็นการชั่วคราว ถือเป็นหัตถการยอดนิยมในการแก้ไขปัญหาความร่วงโรยแห่งวัย ไม่ว่าจะเป็นการลดเลือนริ้วรอยเหี่ยวย่น ปรับรูปหน้าให้เรียววีเชฟ (V-Shape) รวมถึงการลิฟต์กรอบหน้าให้คมชัด โดยไม่ต้องผ่าตัดและไม่ต้องเสียเวลาพักฟื้น
ที่โรงพยาบาลศัลยกรรมตกแต่งดับเบิ้ลยู เราคำนึงถึงความปลอดภัยและความเป็นธรรมชาติเป็นสำคัญ โดยแพทย์ผู้ชำนาญการจะเป็นผู้ประเมินโครงสร้างใบหน้า ปริมาณกล้ามเนื้อ และคำนวณปริมาณยูนิต (Unit) ที่เหมาะสมเฉพาะบุคคล เพื่อผลลัพธ์ที่สวยงาม ละมุน ไม่แข็งตึง ทั้งนี้ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล
ฉีดโบท็อก (Botox) คืออะไร
โปรแกรมฉีดโบท็อก คือเทคโนโลยีความงามทางการแพทย์ที่ใช้สารสกัดชีวภาพBotulinum Toxin A เพื่อทำหน้าที่ลดการทำงานของกล้ามเนื้อเฉพาะจุดอย่างแม่นยำ เมื่อกล้ามเนื้อบริเวณที่ได้รับการฉีดคลายตัวลง ผิวหนังด้านบนจึงเรียบเนียนขึ้น ริ้วรอยต่างๆ ดูจางลงอย่างเห็นได้ชัด รวมไปถึงช่วยลดขนาดกล้ามเนื้อบดเคี้ยว ทำให้ใบหน้าดูเรียวเล็กและสมส่วนมากยิ่งขึ้น
การฉีดโบท็อกที่ถูกต้องและแม่นยำจะช่วยให้ผลลัพธ์ดังนี้
- ช่วยลดเลือนริ้วรอยจากการแสดงอารมณ์ เช่น รอยตีนกา ริ้วรอยหน้าผาก และรอยย่นระหว่างคิ้ว
- ช่วยปรับรูปหน้าให้เรียวเล็ก (ลดกราม) และช่วยให้กรอบหน้า (Jawline) คมชัดดูมีมิติ
- ช่วยยกกระชับผิวหน้า (Botox Lift) ให้ผิวดูตึงกระชับ อ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติ
- ช่วยลดการทำงานของต่อมเหงื่อบริเวณใต้วงแขนหรือฝ่ามือ เพิ่มความมั่นใจในการใช้ชีวิต
- ผลลัพธ์แลดูเป็นธรรมชาติ ไม่แข็งตึง คงเอกลักษณ์และอารมณ์ความรู้สึกของใบหน้าเดิมไว้
ฉีดโบท็อก (Botox) เหมาะกับใคร
การฉีดโบท็อกเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการปรับแต่งรูปหน้าและลดริ้วรอยอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 25 ปีขึ้นไป ที่เริ่มปรากฏริ้วรอยแห่งวัยชัดเจนขึ้น
- ผู้ที่มีปัญหาริ้วรอยร่องลึกจากการแสดงอารมณ์ เช่น รอยย่นหน้าผาก หางตา (รอยตีนกา) หรือระหว่างคิ้ว
- ผู้ที่มีปัญหาใบหน้าเหลี่ยม กล้ามเนื้อกรามใหญ่ ที่ต้องการปรับรูปหน้าให้เรียวสวยเป็น V-Shape
- ผู้ที่ต้องการให้กรอบหน้าชัดเจน แก้มหย่อนคล้อยดูยกกระชับขึ้น
- ผู้ที่มีปัญหาเหงื่อออกมากผิดปกติบริเวณใต้วงแขนหรือฝ่ามือ
- ผู้ที่ต้องการสวยเร่งด่วน ไม่มีเวลาพักฟื้น และต้องการวิธีดูแลตัวเองที่ปลอดภัยระดับสากล
ปรึกษาแพทย์ผู้ชำนาญการโดยตรง
เพื่อประเมินใบหน้าและวางแผนการรักษาเฉพาะบุคคล
โปรแกรมฉีดโบท็อก (Botox) มีจุดเด่นอย่างไร
แนะนำเทคนิคการฉีดโบท็อกที่ W Hospital
ความโดดเด่นของการฉีดโบท็อกที่ W Hospital คือการผสมผสานศาสตร์แห่งศิลปะและการแพทย์เข้าด้วยกัน โดยเน้นเทคนิค“Natural Look” สวยเป็นธรรมชาติ ไม่แข็งทื่อ
- Customized Dose: แพทย์วิเคราะห์และคำนวณปริมาณยูนิตที่เหมาะสมกับมัดกล้ามเนื้อของแต่ละบุคคลอย่างละเอียด
- Precision Injection: ฉีดด้วยเทคนิคที่แม่นยำลงลึกถึงชั้นกล้ามเนื้อที่เป็นต้นเหตุของปัญหา หลีกเลี่ยงเส้นเลือดสำคัญ ทำให้บวมช้ำน้อยมาก
- Premium Brands Only: เลือกใช้เฉพาะตัวยาโบท็อกแท้ที่ผ่านการรับรองมาตรฐานสากลและ อย. ไทย เท่านั้น
บริเวณที่สามารถฉีดโบท็อกได้
- บริเวณหน้าผาก ระหว่างคิ้ว และรอบดวงตา: ลดริ้วรอยเหี่ยวย่นจากการแสดงสีหน้า ทลายรอยตีนกาให้ผิวกลับมาเรียบเนียน
- บริเวณกราม (Jawline): ลดขนาดกล้ามเนื้อบดเคี้ยว ปรับเปลี่ยนใบหน้าเหลี่ยมให้ดูเรียวเล็กและละมุนขึ้น
- บริเวณกรอบหน้าและลำคอ: เทคนิคลิฟต์กรอบหน้า (Nefertiti Lift) ช่วยดึงผิวที่หย่อนคล้อยให้ยกกระชับ กรอบหน้าชัดเจน
- บริเวณรักแร้: ฉีดระงับการทำงานของต่อมเหงื่อและลดกลิ่นกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ข้อดีของการฉีดโบท็อก (Botox)
- ไม่ต้องผ่าตัด ไม่มีบาดแผล: ใช้เพียงเข็มขนาดเล็กพิเศษ ไม่ทิ้งรอยแผลเป็น ทำเสร็จแล้วสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ทันที
- เห็นผลลัพธ์รวดเร็วทันใจ: เริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงของริ้วรอยภายใน 3-7 วัน และเห็นผลลัพธ์เต็มที่ภายใน 1-2 สัปดาห์ (สำหรับกล้ามเนื้อกรามจะเริ่มเห็นผลชัดเจนใน 3-4 สัปดาห์) ทั้งนี้ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล
- ดูแลรักษาง่าย เจ็บน้อย: ระหว่างทำจะมีการประคบเย็นหรือแปะยาชา ทำให้รู้สึกสบายผิวและเจ็บน้อยมาก
- คุ้มค่า ผลลัพธ์อยู่ได้นาน: การฉีดหนึ่งครั้งสามารถคงผลลัพธ์ความอ่อนเยาว์และหน้าเรียวได้นานประมาณ 4-6 เดือน (ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพผิว ยี่ห้อที่เลือกใช้ และการดูแลตัวเองหลังทำ)
ข้อควรระวังและการดูแลหลังฉีดโบท็อก (Botox)
- งดการนอนราบ: หลังฉีดเสร็จควรหลีกเลี่ยงการนอนราบหรือก้มหัวต่ำเป็นเวลาอย่างน้อย 4 ชั่วโมง เพื่อป้องกันการไหลเวียนของตัวยาไปยังกล้ามเนื้อมัดอื่น
- เลี่ยงความร้อนจัด: ในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก ควรงดการเข้าซาวน่า อาบน้ำอุ่นจัด เลเซอร์ร้อน หรือทานอาหารหน้าเตาปิ้งย่าง เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยาเสื่อมสภาพเร็ว
- งดนวดหรือกดบริเวณที่ฉีด: หลีกเลี่ยงการนวดหน้า ขัดผิว หรือคลึงบริเวณที่เพิ่งฉีดโบท็อกมาเป็นเวลา 1-2 สัปดาห์
- งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์: ควรงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และการสูบบุหรี่อย่างน้อย 48 ชั่วโมงหลังทำ เพื่อลดโอกาสการบวมช้ำ
ทำไมต้องฉีดโบท็อก (Botox) กับ W Plastic Surgery Hospital
- โบท็อกแท้ 100% ตรวจสอบได้: มั่นใจในคุณภาพและความปลอดภัย โรงพยาบาลของเราเลือกใช้เฉพาะโบท็อกแท้ผ่าน อย. สามารถเช็กเลข Lot การผลิตกับบริษัทนำเข้าได้โดยตรง โดยเราเลือกใช้แบรนด์ชั้นนำระดับโลก ได้แก่:
- Allergan (อเมริกา): โบท็อกพรีเมียม มีความบริสุทธิ์สูง แม่นยำ ผลลัพธ์อยู่นาน
- Dysport (อังกฤษ): โบท็อกที่กระจายตัวได้ดีเยี่ยม เหมาะสำหรับการลิฟต์หน้าและลดริ้วรอยกว้างๆ
- Aestox (เกาหลี): โบท็อกยอดนิยม ให้ผลลัพธ์ที่ละมุนเป็นธรรมชาติ คุ้มค่าคุ้มราคา
- ดำเนินการโดยแพทย์ผู้ชำนาญการ: แพทย์วิเคราะห์โครงสร้างหน้า ออกแบบการฉีดเฉพาะบุคคล ไม่ใช้สูตรสำเร็จ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่สวยงามและปลอดภัยสูงสุด
- มาตรฐานโรงพยาบาล: สะอาด ปลอดภัย เครื่องมือและห้องปฏิบัติการได้มาตรฐานระดับสากล พร้อมการดูแลติดตามผลอย่างใกล้ชิด
โปรโมชันและราคาโปรแกรมฉีดโบท็อก
ฉีดโบท็อก (Botox) ราคาเริ่มต้น XX,XXX บาท ถึง XX,XXX บาท
รีวิวโปรแกรมฉีดโบท็อก ที่ W Plastic Surgery Hospital
FAQ ตอบทุกคำถามโปรแกรมฉีดโบท็อก (Botox)
Q1: ฉีดโบท็อกเจ็บไหม?
ระหว่างทำจะมีความรู้สึกตึงๆ หรือเจ็บคล้ายมดกัดเล็กน้อยในจังหวะที่เดินยา ซึ่งก่อนทำหัตถการทางโรงพยาบาลจะมีการประคบเย็นหรือแปะยาชาอย่างดี เพื่อช่วยให้คนไข้รู้สึกสบายและผ่อนคลายที่สุดระหว่างทำ
Q2: ฉีดโบท็อกกี่วันเห็นผล?
สำหรับริ้วรอย (หน้าผาก, หางตา, ระหว่างคิ้ว) จะเริ่มเห็นผลความตึงกระชับภายใน 3-7 วัน และเห็นผลชัดเจนที่สุดใน 14 วัน ส่วนการฉีดลดกรามเพื่อปรับรูปหน้าเรียว จะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงใน 2-4 สัปดาห์ และหน้าเรียวสวยเต็มที่ในเดือนที่ 1-2
Q3: ผลลัพธ์อยู่ได้นานแค่ไหน?
โดยทั่วไปผลลัพธ์จะคงอยู่ได้ประมาณ 4-6 เดือน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับแบรนด์โบท็อกที่เลือกใช้ ปริมาณกล้ามเนื้อเดิม รวมถึงการปฏิบัติตัวหลังทำของคนไข้ (เช่น การหลีกเลี่ยงความร้อนจัด) เมื่อหมดฤทธิ์สามารถกลับมาฉีดซ้ำเพื่อคงสภาพผิวได้ตามต้องการ
Q4: แตกต่างจากเครื่องยกกระชับอย่าง Ulthera อย่างไร?
โบท็อกจะเน้นการทำงานกับ“กล้ามเนื้อ” เหมาะสำหรับการลดริ้วรอยจากการขยับหน้าและลดขนาดกรามให้หน้าเรียว ส่วน Ulthera จะใช้คลื่นเสียงเน้นการยกกระชับ“ชั้นผิวลึก (SMAS)” เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยตามวัย ทั้งสองหัตถการสามารถทำควบคู่กันได้เพื่อผลลัพธ์การปรับรูปหน้าแบบองค์รวม
Q5: หลังทำต้องพักฟื้นไหม มีผลข้างเคียงอย่างไร?
ไม่ต้องพักฟื้นเลย หลังทำอาจมีเพียงรอยเข็มขนาดเล็กหรือรอยนูนชมพูจางๆ ในบริเวณที่ฉีด ซึ่งจะยุบตัวและหายไปเองภายใน 1-2 ชั่วโมง สามารถแต่งหน้า ไปทำงาน หรือใช้ชีวิตประจำวันต่อได้ทันที




