- ตรวจสุขภาพก่อนทำศัลยกรรม เพื่อประเมินว่าร่างกายของเราพร้อมทำศัลกรรมหรือไม่
- หากเป็นผู้ที่มีปัญหาระบบภูมิคุ้มกันบกพร่องต้องแจ้งแพทย์ เช่น โรคไต HIV โรคเบาหวาน ผู้ป่วยเหล่านี้อาจพบปัญหาอย่างแผลหายยาก เสี่ยงติดเชื้อ แพทย์จึงต้องระวังมากเป็นพิเศษ
- ควรหยุดพักการรับประทานยาที่ทำให้เลือดแข็งตัวช้า เช่น ยาแอสไพริส เป็นเวลา 7 วัน และหยุดรับประทานวิตามินอาหารเสริม เช่น วิตามินอี น้ำมันปลา ใบแปะก๊วย โสม ขมิ้น ขิง กระเทียม ตังกุย ถังเช่า และเมล็ดองุ่น เป็นต้น
- งดเครื่องดื่มมึนเมาแอลกอฮอล์ ผู้ทำศัลยกรรมไม่ควรดื่มแอลลกอฮอล์ก่อนทำศัลยกรรม และหลังศัลยกรรมควรงดการดื่มเป็นเวลา 7 วัน
- งดการสูบบุหรี่ เป็นเวลาอย่างน้อย 1 เดือน ทั้งก่อนและหลังทำศัลยกรรม
- แจ้งแพทย์เกี่ยวกับโรคประจำตัว ยาที่ใช้อยู่ หรือยาที่แพ้ หากใครที่ตั้งครรภ์ไม่ควรทำศัลยกรรม
- หากในเคสที่ใช้ยาสลบ ผู้รับบริการจำเป็นต้องงดรับประทานน้ำและอาหาร 8 ชั่วโมง ถ้าเป็นไปได้ควรมีคนมาด้วยเพราะอาจมีฤทธิ์ยาหลงเหลือหลังรับบริการ ซึ่งอาจมีผลต่อการทรงตัว
- แต่งตัวให้สบายสามารถถอดได้ง่าย งดการการทาโลชั่นทาผิวบริเวณที่ผ่าตัด หรือกรณีศัลยกรรมใบหน้าควรงดการแต่งหน้า
- งดการใส่คอนแทคเลนส์ ควรใช้แว่นสายตาแทน
- ไม่นำเครื่องประดับ เช่น ต่างหู สร้อย กำไล แหวน ของมีค่าทุกชนิด มาโรงพยาบาล
- ประคบเย็นในช่วง 48 ชั่วโมงแรก ลดบวมและช้ำ และสามารถประคบเย็นต่อเนื่องจนถึง 1 สัปดาห์
- แผลจะบวมมากสุด 3 วัน ประคบบ่อยๆ เพื่อลดอาการบวม
- ทำแผลให้แห้ง สะอาด หลีกเลี่ยงการสัมผัสหรือการเกาแผลและการโดนน้ำ
- หากแพทย์ผิดพลาสเตอร์หรือพันผ้า ควรรักษาไว้ตามคำแนะนำ
- ทานยาลดบวม ยาแก้ปวด และยาปฏิชีวนะตามคำสั่งของแพทย์อย่างเคร่งครัด
- แนะนำให้นอนศรีษะสูง 45 องศา ในช่วง 1 สัปดาห์แรก
- หลีกเลี่ยงความร้อน เช่น ซาวน่า การอาบน้ำร้อนจัด หรือตากแดดนานๆ
- งดดื่มแอลกอฮอล์และงดสูบบุหรี่ เพราะอาดทำให้แผลหายช้า
- หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนักๆ เนื่องจากจะทำให้แฟนบวมมากขึ้น