โบท็อกลิฟกรอบหน้า คืออะไร? เจาะลึกเทคนิคยกกระชับผิวหน้าให้คมชัด เรียววีเชฟทันใจ

เมื่ออายุมากขึ้น ปัญหาผิวหย่อนคล้อย กรอบหน้าไม่ชัด เจอกล้ามเนื้อดึงผิวลงต่ำจนทำให้ใบหน้าดูโทรมและมีอายุ มักเป็นสิ่งที่หลายคนหลีกเลี่ยงไม่ได้ ในอดีตหากต้องการยกระดับความกระชับของกรอบหน้า อาจต้องพึ่งพาการผ่าตัดดึงหน้า (Facelift) หรือการทำเครื่องยกกระชับราคาสูง แต่ในปัจจุบันมีหัตถการยอดนิยมที่ทำได้ง่าย เห็นผลไว และไม่ต้องพักฟื้น นั่นคือการทำ“โบท็อกลิฟกรอบหน้า”

สำหรับใครที่กำลังเจอปัญหาถ่ายรูปแล้วหน้ากลม หน้าไม่มีมิติ หรือกรอบหน้าหย่อนคล้อย คัมภีร์ฉบับนี้จะพาไปเจาะลึกว่า การทำโบท็อกลิฟกรอบหน้าช่วยอะไร มีเทคนิคแบบไหน และแตกต่างจากการฉีดโบลดกรามอย่างไร เพื่อเป็นข้อมูลช่วยให้คุณตัดสินใจล็อกความอ่อนเยาว์ได้อย่างแม่นยำที่สุด

โบท็อกลิฟกรอบหน้า คืออะไร ทำงานอย่างไร?

โดยธรรมชาติแล้ว กล้ามเนื้อบนใบหน้าของเราจะมี 2 กลุ่มใหญ่ๆ ที่ทำงานสวนทางกัน คือ“กล้ามเนื้อกลุ่มที่ดึงผิวขึ้น” (Levator Muscles) และ“กล้ามเนื้อกลุ่มที่ดึงผิวลง” (Depressor Muscles) ซึ่งหนึ่งในกล้ามเนื้อมัดใหญ่ที่คอยฉุดผิวหน้าช่วงล่างลงต่ำคือกล้ามเนื้อพลาทิสมา (Platysma Muscle) ที่ลากยาวตั้งแต่บริเวณแผงคอ ขึ้นมาจนถึงขากรรไกรและมุมปาก

การทำโบท็อกลิฟกรอบหน้า (Botox Lift หรือ Nefertiti Lift) คือการที่แพทย์ใช้สาร Botulinum Toxin ฉีดเข้าไปคลายกล้ามเนื้อกลุ่มที่ดึงผิวลงต่ำนี้ เมื่อกล้ามเนื้อส่วนที่ดึงผิวลงถูกบล็อกให้ทำงานลดลง กล้ามเนื้อกลุ่มที่ดึงผิวขึ้นจึงทำงานได้อย่างอิสระ ส่งผลให้ผิวบริเวณกรอบหน้า แนวขากรรไกร และลำคอ ถูกยกประกบขึงตึงขึ้นทันทีหลังตัวยาออกฤทธิ์

เจาะลึก 2 เทคนิคหลักในการฉีดโบท็อกลิฟกรอบหน้า

แพทย์ผู้ชำนาญการจะประเมินสภาพผิวและโครงหน้าของคนไข้ เพื่อเลือกใช้เทคนิคที่เหมาะสม ซึ่งปัจจุบันมี 2 เทคนิคยอดนิยม ดังนี้

1. เทคนิค Nefertiti Lift (เนเฟอร์ติตี ลิฟต์)

เป็นเทคนิคการฉีดโบท็อกเข้าสู่กล้ามเนื้อพลาทิสมา (Platysma) บริเวณกรอบหน้าและแผงคอโดยตรง เพื่อยับยั้งแรงฉุดลงของกล้ามเนื้อคอ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่มีปัญหาเหนียงหย่อนคล้อย ผิวใต้คางย้อย หรือเส้นเอ็นที่คอปูดชัด เทคนิคนี้จะช่วยให้กรอบหน้าคมกริบ คอดูเรียวยาว สง่างามคล้ายรูปปั้นของราชินีเนเฟอร์ติตีแห่งอียิปต์โบราณ

2. เทคนิค Dermolift / Microbotox (เดอร์โมลิฟต์)

เทคนิคนี้แพทย์จะไม่ฉีดเข้าไปในมัดกล้ามเนื้อลึก แต่จะใช้โบท็อกปริมาณเจือจางฉีดกระจายตัวเป็นจุดเล็กๆ ถี่ๆ เข้าไปในชั้นผิวหนังแท้ (Intradermal) บริเวณแนวกรอบหน้าขึ้นไปจนถึงขมับ ตัวยาจะไปจับกับกล้ามเนื้อสเกลเล็กๆ ที่เกาะอยู่ใต้ผิวหนัง ส่งผลให้ผิวเกิดการหดกระชับ รูขุมขนเล็กลง และหน้าดูตึงกระชับอย่างเป็นธรรมชาติ โดยหน้าไม่แข็งทื่อ

โบท็อกลิฟกรอบหน้า ช่วยแก้ปัญหาจุดไหนได้บ้าง?

  • เก็บเหนียงและแก้มห้อย: ช่วยดึงผิวที่หย่อนคล้อยบริเวณแก้มล่างและใต้คางให้ยกกระชับขึ้น
  • สร้างมิติขากรรไกรคมชัด: หลังทำจะเห็นเส้นแนวขากรรไกร (Jawline) เด่นชัดขึ้น เวลาถ่ายรูปหันข้างหน้าจะดูมีมิติ สวยสมส่วน
  • ช่วยให้ผิวหน้าดูเรียวเล็กลง: เมื่อกรอบหน้าถูกยกพยุงขึ้น ภาพรวมใบหน้าจะดูเล็กลงและเพรียวเป็นทรงวีเชฟมากขึ้น
  • กระชับรูขุมขนและผิวเรียบเนียน: ผลพลอยได้จากเทคนิค Microbotox จะช่วยให้ผิวบริเวณกรอบหน้าเนียนละเอียด คุมมันได้ดีขึ้น

เปรียบเทียบความต่าง: โบท็อกลิฟกรอบหน้า VS โบท็อกลดกราม

หลายคนมักสับสนระหว่างสองหัตถการนี้ เนื่องจากฉีดบริเวณกรอบหน้าส่วนล่างเหมือนกัน แต่แท้จริงแล้วแก้ไขปัญหาคนละจุดอย่างสิ้นเชิง

หัวข้อเปรียบเทียบ โบท็อกลิฟกรอบหน้า โบท็อกลดกราม
ตำแหน่งมัดกล้ามเนื้อ
กล้ามเนื้อแผงคอ (Platysma) และชั้นผิวหนังแท้
กล้ามเนื้อบดเคี้ยว (Masseter) บริเวณมุมขากรรไกร
แก้ปัญหาหลัก
ผิวหย่อนคล้อย แก้มห้อย กรอบหน้าไม่ชัด เหนียงย้อย
หน้าเหลี่ยม โครงหน้าใหญ่ที่เกิดจากมัดกล้ามเนื้อกรามโต
ผลลัพธ์ที่ได้
ผิวยกกระชับ กรอบหน้าคมกริบ สันกรามชัดขึ้น
ขนาดกรามเล็กลง ใบหน้าเปลี่ยนเป็นทรงเรียววีเชฟ
ระยะเวลาเห็นผล
เริ่มเห็นผลใน 1-2 สัปดาห์
เริ่มเห็นผลใน 2-4 สัปดาห์

>Tip จากแพทย์: สำหรับคนไข้ที่มีปัญหาทั้งกรามใหญ่และผิวหย่อนคล้อยร่วมด้วย การฉีดโบท็อกลดกรามควบคู่กับการลิฟกรอบหน้าพร้อมกัน จะช่วยเสกผลลัพธ์หน้าเรียวเล็กและตึงกระชับได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุด

ปรับรูปหน้า ยกกระชับกรอบหน้าชัด ที่ W Plastic Surgery Hospital

การทำโบท็อกลิฟกรอบหน้าให้สวยละมุน ไม่แข็งทื่อ และไม่เกิดผลข้างเคียง จำเป็นต้องอาศัยแพทย์ที่มีความรู้ด้านกายวิภาคศาสตร์กล้ามเนื้อใบหน้าอย่างลึกซึ้ง ที่ โรงพยาบาลศัลยกรรมตกแต่งดับเบิ้ลยู (W Plastic Surgery Hospital) เราพร้อมตอบโจทย์ความงามของคุณ

  • ดูแลโดยแพทย์ผู้ชำนาญการเฉพาะทาง: มีเทคนิคการดีไซน์เวกเตอร์ (Vector) ทิศทางการยกกระชับผิวที่แม่นยำ คำนวณปริมาณยูนิตและตำแหน่งเข็มได้อย่างถูกต้อง หน้าไม่เบี้ยว ยิ้มสวยเป็นธรรมชาติ
  • ใช้โบท็อกแท้ผ่าน อย. 100%: มั่นใจในคุณภาพตัวยาบริสุทธิ์สูงจากแบรนด์ระดับโลก (เช่น อเมริกา อังกฤษ หรือเกาหลีพรีเมียมอย่าง Aestox) ตรวจสอบเลข Lot การผลิตได้ทุกกล่อง เปิดกล่องผสมยาต่อหน้าคนไข้

โปรแกรมฉีดโบท็อก ราคาเริ่มต้นเพียง XX,XXX บาท

 มั่นใจในผลลัพธ์และความปลอดภัยสูงสุด

วิธีดูแลตัวเองหลังทำ เพื่อล็อกผลลัพธ์ให้อยู่ได้ยาวนาน

  • หลีกเลี่ยงความร้อนจัดใน 2 สัปดาห์แรก: งดการเข้าซาวน่า อบไอน้ำ เลเซอร์ร้อนบนใบหน้า รวมถึงงดการนั่งรับประทานหมูกระทะหรือชาบูหน้าเตาร้อนๆ เพราะความร้อนจะทำลายโครงสร้างโปรตีนของโบท็อก ทำให้ยาสลายตัวไว
  • งดดื่มแอลกอฮอล์: ควรงดอย่างน้อย 48 ชั่วโมงหลังฉีด เพื่อลดความเสี่ยงในการบวมช้ำบริเวณรอยเข็ม
  • ห้ามนอนราบใน 4 ชั่วโมงแรก: หลังฉีดเสร็จใหม่ๆ ควรงดการนอนราบหรือการก้มหัวต่ำ เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยาไหลกระจายไปยังมัดกล้ามเนื้อส่วนอื่นที่ไม่ต้องการ
  • งดการนวดหน้าแรงๆ: เว้นการทำทรีตเมนต์นวดหน้า หรือขัดผิวหน้าแรงๆ อย่างน้อย 2 สัปดาห์

FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโบท็อกลิฟกรอบหน้า

Q1: โบท็อกลิฟกรอบหน้า ต้องใช้กี่ยูนิต (Unit)?

โดยทั่วไปการลิฟกรอบหน้าจะใช้ปริมาณโบท็อกประมาณ 30 – 50 ยูนิต ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพความหย่อนคล้อย ปริมาณพื้นที่ผิว และความหนาของมัดกล้ามเนื้อคอของคนไข้แต่ละบุคคล ซึ่งแพทย์จะเป็นผู้ประเมินอย่างเหมาะสม

Q2: หลังฉีดโบท็อกลิฟกรอบหน้า อยู่ได้นานแค่ไหน? ต้องทำบ่อยเท่าไหร่?

ผลลัพธ์ของการลิฟกรอบหน้าจะอยู่ได้ประมาณ 3 – 4 เดือน (เนื่องจากเป็นการฉีดชั้นผิวและกล้ามเนื้อมัดเปิดที่ขยับบ่อย) เพื่อรักษาความตึงกระชับอย่างต่อเนื่อง แนะนำให้กลับมาฉีดซ้ำทุกๆ 3-4 เดือน หรือทำควบคู่กับเครื่องยกกระชับอื่นๆ

Q3: การลิฟกรอบหน้าช่วยลดไขมันใต้คาง (เหนียง) ได้จริงไหม?

โบท็อกลิฟกรอบหน้าช่วยแก้ปัญหาเหนียงที่เกิดจาก“ผิวหนังหย่อนคล้อย” เท่านั้น หากเหนียงของคุณเกิดจาก“ไขมันสะสม” ปริมาณมาก การฉีดโบท็อกจะไม่สามารถสลายไขมันได้ แนะนำให้ฉีดเมโสแฟต (Mesotherapy Fat) สลายไขมันก่อน แล้วจึงลิฟกรอบหน้าเพื่อเก็บกระชับผิวในภายหลัง

Q4: หลังทำกี่วันถึงจะเริ่มเห็นว่าหน้ายกกระชับขึ้น?

สำหรับเทคนิค Microbotox จะเริ่มรู้สึกว่าผิวตึงกระชับ รูขุมขนดูเนียนขึ้นได้ใน 3-7 วัน ส่วนเทคนิค Nefertiti Lift ที่ฉีดเข้ากล้ามเนื้อคอ จะเริ่มเห็นกรอบหน้าและสันกรามคมชัดเต็มที่ภายใน 1-2 สัปดาห์หลังทำ

Q5: โบท็อกลิฟกรอบหน้า เจ็บไหม? มีรอยช้ำหรือเปล่า?

ก่อนทำจะมีการแปะยาชาหรือประคบเย็นเพื่อบรรเทาความเจ็บปวด จึงรู้สึกคล้ายมดกัดเล็กๆ เท่านั้น หลังทำอาจมีตุ่มนูนบริเวณรอยเข็ม (กรณีฉีดเทคนิค Microbotox) ซึ่งตุ่มนี้จะยุบหายไปเองใน 2-3 ชั่วโมง และอาจมีรอยเข็มสีแดงเล็กๆ ซึ่งสามารถแต่งหน้ากลบได้ตามปกติในวันถัดไป

Q6: ฉีดโบท็อกลิฟกรอบหน้าแล้ว หน้าจะแข็ง ยิ้มไม่เป็นธรรมชาติไหม?

หากได้รับการฉีดโดยแพทย์ผู้ชำนาญการที่คำนวณปริมาณยาและวางตำแหน่งเข็มได้อย่างถูกต้อง หน้าจะไม่แข็งทื่อและยิ้มได้ตามปกติ ผลข้างเคียงหน้าแข็งหรือปากเบี้ยวมักเกิดจากตัวยากระจายผิดตำแหน่งจากการฉีดโดยผู้ที่ไม่ใช่แพทย์

Q7: โบท็อกลิฟกรอบหน้า ทำควบคู่กับ Hifu หรือ Ulthera ได้ไหม?

สามารถทำควบคู่กันได้และให้ผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้น แนะนำให้ทำเครื่องยกกระชับ เช่น Hifu, Ulthera หรือ Thermage ก่อน เพื่อยกกระชับผิวจากชั้นลึก (SMAS) จากนั้นจึงค่อยฉีดโบท็อกลิฟกรอบหน้าเก็บรายละเอียด เพื่อความเป๊ะขั้นสุด หากฉีดโบก่อน ควรรอเว้นระยะอย่างน้อย 2-4 สัปดาห์ค่อยทำเครื่องเลเซอร์ยกกระชับ

Q8: สัญญาณเตือนแบบไหนหลังลิฟกรอบหน้าที่ควรกลับไปพบแพทย์ทันที?

อาการปกติคือ รอยแดงหรือรอยช้ำเล็กน้อยที่จะหายไปเอง แต่หากพบอาการผิดปกติรุนแรง เช่น มุมปากตก ยิ้มเบี้ยว ลืมตาขากขึ้นเวลามองค้อน มีปัญหาในการกลืนน้ำหรืออาหาร หรือผิวบริเวณที่ฉีดอักเสบเป็นตุ่มหนอง ควรรีบติดต่อสถานพยาบาลเพื่อเข้าพบแพทย์ทันที

บทความอื่นๆ

Scroll to Top