การศัลยกรรมดึงหน้าชั้นลึก (Deep Plane Facelift) ยกกระชับใบหน้า แก้ไขปัญหาใบหน้าหย่อนคล้อยแบบธรรมชาติ กับ W Plastic Surgery Hospital
การศัลยกรรมดึงหน้าชั้นลึก ที่ยกทั้งผิวและชั้นกล้ามเนื้อของใบหน้า (SMAS) แก้ไขปัญหาความหย่อนคล้อยจากต้นเหตุ ช่วยให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ กรอบหน้าชัด ริ้วรอยร่องลึกดูจางลง
ที่โรงพยาบาลศัลยกรรมตกแต่งดับเบิ้ลยู การศํลยกรรมดึงหน้าชั้นลึกเป็นการออกแบบเฉพาะบุคคลโดยศํลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง จะวิเคราะห์โครงหน้าและระดับความหย่อนคล้อยอย่างละเอียด เพื่อให้ผลลัพธ์ดูอ่อนเยาว์ลง รอยแผลซ่อนแนบเนียน พักฟื้นระยะสั้น และปลอดภัยตามมาตรฐานของโรงพยาบาล
การศัลยกรรมดึงหน้า คืออะไร
การศัลยกรรมดึงหน้า (Face lift)คือการผ่าตัดเพื่อยกกระชับผิวหน้าและกล้ามเนื้อใต้ผิว ที่หย่อนคล้อยจากอายุที่เพิ่มมากขึ้น ช่วยให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ ริ้วรอยลดลง และกรอบหน้าชัดขึ้น แต่ยังคงความเป็นธรรมชาติของแต่ละคนไว้
การดึงหน้าที่ทำอย่างถูกต้องจะช่วยให้
- ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
- ริ้วรอยและร่องลึกลดลง
- กรอบหน้าคมชัดขึ้น
- หน้าดูสดใส ไม่แข็ง ไม่ตึงจนผิดธรรมชาติ
จุดสำคัญคือยังคงเอกลักษณ์และโครงหน้าของแต่ละคนไว้ ไม่ใช่การเปลี่ยนหน้า แต่เป็นการ “คืนความกระชับ” ให้ใบหน้าเดิม
การศัลยกรรมดึงหน้า เหมาะกับใคร
การศัลยกรรมดึงหน้าเหมาะกับผู้ที่มีปัญหาความหย่อนคล้อยที่เริ่มเห็นชัด และต้องการผลลัพธ์ระยะยาว โดยเฉพาะในกลุ่มต่อไปนี้
- ผู้ที่มีผิวหย่อนคล้อยชัดเจน บริเวณแก้ม กรอบหน้า หรือแนวขากรรไกร
- ผู้ที่มีริ้วรอยร่องลึก เช่น ร่องแก้ม ริ้วรอยรอบดวงตา หรือริ้วรอยบรเิวณหน้าผาก
- ผู้ที่สูญเสียปริมาตรของใบหน้า ทำให้หน้าดูตอบ แฟบ หรือโทรม
ปรึกษาแพทย์ เพื่อประเมินใบหน้าอย่างตรงจุด
การศัลยกรรมดึงหน้า มีวิธีไหนบ้าง
แนะนำการดึงหน้าแบบ “การศัลยกรรมดึงหน้าชั้นลึก หรือ Deep Plane Facelift”
การศัลยกรรมดึงหน้าชั้นลึก หรือ Deep Plane Facelift เป็นเทคนิคการดึงหน้าชั้นลึกที่ช่วยแก้ไขปัญหาความหย่อนคล้อยได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทางจะทำการผ่าตัดจัดการทั้งไขมันส่วนเกินและชั้นกล้ามเนื้อSMAS (Superficial Musculo Aponeurotic System) ซึ่งเป็นโครงสร้างสำคัญที่ยึดผิวหนัง กล้ามเนื้อ และเนื้อเยื่อของใบหน้าไว้ด้วยกัน
ชั้น SMAS อยู่ลึกลงไปจากผิวหนังประมาณ 4–5 มิลลิเมตร การดึงในระดับนี้จะช่วยให้
- ผิวหน้าเรียบตึงจากโครงสร้างจริง
- ร่องแก้มและริ้วรอยร่องลึกลดลงอย่างเป็นธรรมชาติ
- ผลลัพธ์อยู่ได้นานกว่าการดึงผิวชั้นตื้น
แพทย์จะประเมินระดับปัญหา วิเคราะห์โครงหน้า และออกแบบการดึงหน้าเฉพาะรายบุคคล เพื่อให้ผลลัพธ์เหมาะกับคนไข้แต่ละคนมากที่สุด
การศัลยกรรมดึงหน้า แบ่งเป็น 3 ส่วน
โดยทั่วไป การศัลยกรรมดึงหน้าสามารถแบ่งออกเป็นหลายส่วนตามตำแหน่งของปัญหา ซึ่งศํลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทางจะเป็นผู้วิเคราะห์ประเมินปัญหาและวิเคราะห์โครงสร้างใบหน้า
การศัลกยกรรมใบหน้าส่วนบน (Upper Face Lift)
เป็นการผ่าตัดยกผิวหน้าช่วงบน ได้แก่ หน้าผาก ขมับ คิ้ว และช่วงรอบดวงตา ช่วยลดริ้วรอยบริเวณหน้าผาก แก้ไขปัญหาหนังตาและหางตาตก ทำให้ดวงตาดูเปิด สดใส ไม่ดูอ่อนล้า
แผลผ่าตัดจะถูกซ่อนไว้ตามไรผมบริเวณหน้าผากและขมับ
การศัลยกรรมใบหน้าส่วนกลาง (Middle Face Lift)
เป็นการผ่าตัดบริเวณใต้ตา แก้ม โหนกแก้ม จนถึงช่วงเหนือริมฝีปาก ช่วยยกแก้มที่ดูหย่อนคล้อย ลดความลึกของร่องแก้ม ทำให้หน้าดูอิ่มและสดใสขึ้น รอยแผลจะซ่อนบริเวณไรผมขมับและหน้าหู
การศัลยกรรมใบหน้าส่วนล่าง (Lower Face Lift)
เน้นแก้ปัญหาบริเวณปาก คาง แก้มล่าง และกรอบหน้า เช่น ร่องน้ำหมาก มุมปากตก คางห้อย หรือกรอบหน้าไม่ชัด
ช่วยเก็บกรอบหน้าให้ดูชัดขึ้น ใบหน้าดูได้รูปมากขึ้น โดยรอยแผลซ่อนตามไรผมและหน้าหู
การศัลยกรรมดึงลำคอ (Neck Lift)
เป็นการยกกระชับผิวใต้คางและลำคอ ช่วยลดเหนียง คางสองชั้น และรอยพับบริเวณลำคอ ทำให้ช่วงคอดูเรียบตึงและต่อเนื่องกับใบหน้า
แผลผ่าตัดมักซ่อนอยู่ด้านหลังหู
ข้อดีของการศัลยกรรมดึงหน้าชั้นลึก
ก่อนเข้าสู่การผ่าตัด หลายคนอาจกังวลเรื่องรอยแผลและการพักฟื้น ซึ่งเทคนิคปัจจุบันช่วยลดข้อจำกัดเหล่านี้ได้มาก
- รอยแผลเล็ก ฟื้นตัวไว
การผ่าตัดมักทำในบริเวณเฉพาะจุด การบาดเจ็บต่อเนื้อเยื่อน้อย จึงใช้เวลาในการพักฟื้นสั้น สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้เร็ว - รอยแผลเล็ก แทบมองไม่เห็น
แผลถูกซ่อนไว้ในตำแหน่งที่มองไม่เห็นง่าย เช่น ไรผมหรือหลังหู ช่วยลดความกังวลเรื่องรอยแผลเป็น - แก้ปัญหาเฉพาะบุคคล
สามารถเลือกดึงเฉพาะส่วนที่มีปัญหา เช่น หางตา กรอบหน้า หรือเหนียง โดยแพทย์จะออกแบบให้เหมาะกับใบหน้าแต่ละคน - ปรับรูปหน้าให้ชัดขึ้นโดยไม่เปลี่ยนทั้งหน้า
ช่วยให้ใบหน้าดูคม สดใส และสมดุลขึ้น โดยยังคงเอกลักษณ์เดิมไว้
ข้อควรระวังของการศัลยกรรมดึงหน้า
แม้การดึงหน้าจะให้ผลลัพธ์ที่ชัดเจน แต่ก็มีข้อที่ควรพิจารณาอย่างรอบคอบ
- การดึงเฉพาะจุดอาจไม่ครอบคลุมทั้งใบหน้า
หากความหย่อนคล้อยเกิดหลายตำแหน่ง การแก้เพียงจุดเดียวอาจทำให้ใบหน้ายังดูไม่สมดุล - อาจเห็นรอยต่อของความกระชับ
เช่น แก้มตึงแต่ขมับยังหย่อน หรือเหนียงยกแต่กรอบหน้าไม่ชัด ทำให้ผลลัพธ์ดูไม่เป็นธรรมชาติ - ผลลัพธ์อยู่ได้สั้นกว่าการศัลยกรรมดึงทั้งหน้า
การดึงเฉพาะจุดมักอยู่ได้ประมาณ 3–5 ปี เมื่อเทียบกับ Full Facelift ที่ให้ผลยาวนานกว่า - อาจต้องกลับมาทำซ้ำ
การทำซ้ำหลายครั้งอาจทำให้เกิดพังผืด ส่งผลต่อความยากของการผ่าตัดในอนาคต
รีวิวดึงหน้า W Plastic Surgery Hospital
ทำไมต้องศัลยกรรมดึงหน้าชั้นลึก Deep Plane Facelift กับ W Plastic Surgery Hospital
ที่โรงพยาบาลศัลยกรรมตกแต่งดับเบิ้ลยู เราเชื่อว่าการดึงหน้าไม่ใช่แค่ “ยกให้ตึง” แต่คือการออกแบบความกระชับให้เหมาะกับโครงหน้าของแต่ละคน
- ไม่ใช่แค่การดึงหน้า แต่เป็นการเก็บรายละเอียดใบหน้าให้ได้รูป
- แก้ไขปัญหาความหย่อนคล้อยโดยไม่ทำให้หน้าดูแข็ง
- หลังทำหางตาไม่ชี้ หน้าไม่เปลี่ยน
- แผลเล็ก บวมช้ำน้อย พักฟื้นสั้น
- วางแผนการรักษาเฉพาะบุคคลโดยแพทย์เฉพาะทาง
- มาตรฐานโรงพยาบาล ปลอดภัยในทุกขั้นตอน
โปรโมชันและราคาการศัลยกรรมดึงหน้าชั้นลึก
“ศัลยกรรมดึงหน้าชั้นลึก ราคาเริ่มต้น 120,000 บาท”
ทีมศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง








FQA ตอบทุกคำถามการศัลยกรรมดึงหน้า
Q1 : การศัลยกรรมดึงหน้าเจ็บไหม
การศัลยกรรมดึงหน้าเป็นการผ่าตัดที่ทำภายใต้ยาชาหรือยาสลบ คนไข้จะไม่รู้สึกเจ็บระหว่างผ่าตัด หลังผ่าตัดอาจมีอาการตึง บวม หรือระบมเล็กน้อยในช่วงแรก ซึ่งสามารถควบคุมได้ด้วยยาและจะค่อย ๆ ดีขึ้นตามระยะเวลาฟื้นตัว
Q2 : ดึงหน้าแล้วหน้าจะตึงแข็ง ดูไม่เป็นธรรมชาติไหม
หากทำโดยศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทางและใช้เทคนิคที่เหมาะสม เช่น Deep Plane Facelift การดึงหน้าจะช่วยยกกระชับจากโครงสร้างชั้นลึก ทำให้หน้าดูอ่อนเยาว์ขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ตึงแข็งหรือดูผิดรูป
Q3 : ดึงหน้าอยู่ได้นานกี่ปี
โดยทั่วไปผลลัพธ์ของการดึงหน้าสามารถอยู่ได้ประมาณ 8–10 ปี หรือมากกว่านั้น ขึ้นอยู่กับเทคนิคที่ใช้ อายุ การดูแลตัวเอง และสภาพผิวของแต่ละคน
Q4 : อายุเท่าไหร่ถึงควรเริ่มดึงหน้า
ส่วนใหญ่มักเริ่มพิจารณาดึงหน้าในช่วงอายุประมาณ 40 ปีขึ้นไป เมื่อเริ่มมีผิวหย่อนคล้อยชัดเจน อย่างไรก็ตาม แพทย์จะประเมินจากสภาพผิวและปัญหาจริง ไม่ได้ดูแค่อายุเพียงอย่างเดียว
Q5 : ดึงหน้าแตกต่างจากโบท็อกซ์หรือฟิลเลอร์อย่างไร
โบท็อกซ์และฟิลเลอร์เป็นหัตถการไม่ผ่าตัด เหมาะกับริ้วรอยหรือการปรับรูปหน้าเล็กน้อย ส่วนการดึงหน้าเป็นการผ่าตัดที่แก้ปัญหาความหย่อนคล้อยจากโครงสร้างจริง ให้ผลลัพธ์ชัดเจนและยาวนานกว่า
Q6 : หลังดึงหน้าต้องพักฟื้นนานไหม บวมมากไหม
หลังผ่าตัดจะมีอาการบวมช้ำประมาณ 1–2 สัปดาห์ และจะค่อย ๆ ดีขึ้น สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ภายในระยะเวลาสั้น โดยผลลัพธ์จะเข้าที่ชัดเจนขึ้นในช่วง 1–3 เดือน
Q7 : แผลดึงหน้าอยู่ตรงไหน เห็นชัดไหม
แผลผ่าตัดมักถูกซ่อนไว้ตามไรผม บริเวณหน้าหู หรือหลังหู ซึ่งเป็นตำแหน่งที่สังเกตได้ยาก เมื่อแผลหายดีแล้วรอยแผลจะจางลงจนแทบมองไม่เห็น
Q8 : ดึงหน้าเฉพาะจุดกับดึงทั้งหน้า แบบไหนดีกว่ากัน
ขึ้นอยู่กับระดับความหย่อนคล้อย หากปัญหาเกิดเพียงบางจุด การดึงเฉพาะจุดอาจเพียงพอ แต่ถ้ามีความหย่อนหลายตำแหน่ง การดึงทั้งหน้าจะให้ผลลัพธ์ที่สมดุลและอยู่ได้นานกว่า
Q9 : ดึงหน้าแล้วต้องทำซ้ำอีกไหม ผิวจะหย่อนกลับมาอีกไหม
แม้ผลลัพธ์จะอยู่ได้นาน แต่กระบวนการเสื่อมตามวัยยังคงเกิดขึ้นตามธรรมชาติ บางคนอาจเลือกทำซ้ำในอนาคตเมื่อเวลาผ่านไปหลายปี โดยแพทย์จะประเมินความเหมาะสมเป็นรายบุคคล
Q10 : ดึงหน้าแล้วรูปหน้าจะเปลี่ยนไปมากไหม
การดึงหน้าที่ทำอย่างถูกเทคนิคจะไม่เปลี่ยนโครงหน้าหรือบุคลิกของใบหน้า แต่ช่วยคืนความกระชับให้ใบหน้าเดิม ทำให้หน้าดูสดใสและอ่อนเยาว์ขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
Q11 : ดึงหน้าแล้วต้องใส่ผ้ารัดหน้าหรือไม่
โดยทั่วไปแพทย์อาจแนะนำให้ใส่ผ้ารัดหน้าในช่วงแรกหลังผ่าตัด เพื่อช่วยลดบวมและพยุงผิวให้เข้าที่ ซึ่งมักใช้เพียงระยะสั้นตามคำแนะนำของแพทย์
Q12 : ดึงหน้าทำร่วมกับศัลยกรรมอื่นได้ไหม
สามารถทำร่วมกับศัลยกรรมหรือหัตถการอื่นได้ เช่น ยกคิ้ว ทำตา หรือดึงคอ ทั้งนี้แพทย์จะประเมินความเหมาะสมเป็นรายบุคคล เพื่อความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่สมดุล
Q13 : หลังดึงหน้าต้องงดกิจกรรมอะไรบ้าง
ควรงดกิจกรรมที่ใช้แรงมาก การออกกำลังกายหนัก การก้มศีรษะนาน ๆ รวมถึงแอลกอฮอล์และบุหรี่ในช่วงแรก เพื่อช่วยให้แผลหายดีและลดอาการบวม
Q14 : ดึงหน้าแล้วสามารถกลับไปแต่งหน้าได้เมื่อไร
โดยทั่วไปสามารถแต่งหน้าได้หลังตัดไหมหรือเมื่อแผลเริ่มแห้งดีแล้ว ประมาณ 7–10 วัน โดยควรหลีกเลี่ยงการกดหรือถูบริเวณแผล
Q15 : ดึงหน้าเหมาะกับผู้ที่เคยฉีดฟิลเลอร์หรือโบท็อกซ์มาก่อนไหม
เหมาะได้ การฉีดมาก่อนไม่เป็นข้อห้าม แพทย์จะประเมินตำแหน่งและปริมาณสารที่เคยฉีด เพื่อวางแผนการดึงหน้าให้เหมาะสมและปลอดภัย
Q16 : ดึงหน้าใช้เวลาผ่าตัดนานแค่ไหน
ระยะเวลาผ่าตัดขึ้นอยู่กับเทคนิคและบริเวณที่ทำ โดยทั่วไปใช้เวลาหลายชั่วโมง แพทย์จะประเมินและอธิบายรายละเอียดก่อนการผ่าตัดทุกครั้ง
Q17 : ดึงหน้าแล้วต้องนอนโรงพยาบาลหรือไม่
ในหลายกรณีอาจต้องพักดูอาการระยะสั้นตามดุลยพินิจของแพทย์ เพื่อความปลอดภัยและการดูแลอย่างใกล้ชิดตามมาตรฐานโรงพยาบาล

